วิบากกรรมจากการฆ่า/เบียดเบียนสัตว์

http://jobwutunited.com/2014/07/25/

วิบากกรรมจากการฆ่า/เบียดเบียนสัตว์

ผู้ที่ชอบฆ่าสัตว์ เบียดเบียน ทำทารุณกรรมหรือทรมานสัตว์ด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งก็ตาม เมื่อวิบากแห่งกรรมนี้มีความรุนแรง เข้มข้นถึง ๖๐ % ขึ้นไป บุคคลนั้น มีแนวโน้มที่จะได้รับอุบัติเหตุตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงแก่ชีวิต ตัวอย่างเช่น โดนฆาตกรรม ถูกรถชน ในกรณีที่ไม่ถึงแก่ชีวิต แต่จะเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตด้วยโรคอย่างใดอย่างหนึ่ง Read the rest of this entry

มาทานมังสวิรัติลดกรรมกันเถอะ

http://jobwutunited.com/2014/07/25/มาทานมังสวิรัติลดกรรมกันเถอะ
จะมีใครรู้บ้างว่า ประโยชน์ที่ได้จากการทานมังสวิรัตินั้นยิ่งใหญ่เพียงใด เพราะนอกจากจะได้ประโยชน์ส่วนตนคือ ไม่ผิดศีลข้อที่ 1 แล้ว การทานมังสวิรัติยังให้ประโยชน์มหาศาลทั้งในระดับประเทศ และต่อโลกของเราอีกด้วย
 
ดังนั้นการกินมังสวิรัติจึงเป็นของขวัญที่เรามอบให้แก่ตัวเราเองอย่างแท้จริงเราจะรู้สึกดีขึ้น และคุณภาพชีวิตของเราก็จะดีขึ้นเนื่องจากหนี้กรรมที่หนักหน่วงของเราได้บรรเทาเบาบางลงไปแล้วและเราจะได้รับอนุญาตให้เข้าสู่ดินแดนสวรรค์อันลี้ลับแห่งใหม่ของประสบการณ์ภายในของเราซึ่งมันคุ้มค่ามากกับราคาเพียงเล็กน้อยที่เราต้องจ่ายไป!

Read the rest of this entry

คาถาคุ้มกันภัย (ปะโตเมตัง)

http://jobwutunited.com/2014/07/24/ คาถาคุ้มกันภัย (ปะโตเมตัง) หรือคาถาพระยายม

คาถาคุ้มกันภัย

คาถานี้ เป็นคาถาที่ยมบาลบอกกับครูบุญชู ศรีผ่อง เมื่อครั้งที่ตายแล้วฟื้น ยมบาลบอกครูบุญชูว่า “…….ข้าจะให้คาถาเอ็งไว้ป้องกันตัวบทหนึ่ง เอ็งพยายามท่องอยู่เสมอ อันตรายและความลำบากจะลดน้อยลงไป คาถานี้ ให้เอ็งยอกให้ทั่วๆไปเถิด เอาบุญ เพราะต่อๆไป ในเมืองมนุษย์จะยุ่งกันใหญ่ เอ็งคอยจำนะ ข้าจะบอกให้ ก่อนท่องตั้งนะโมเสียก่อนนะ แล้วท่อง จะลงจากบ้านหรือจะนอน ท่องอยู่เสมอๆ จะคุ้มภัยเอ็งได้

(ก่อนสวดคาถานี้ ตั้งนะโม 3 จบ)

ปะโตเมตัง ปะระชีวินัง สุขะโตจุติ
จิตตะเมตะ นิพพานัง สุขะโต จุติ

ได้พบคาถานี้ในพุทธทำนาย บอกว่าเป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์จริง ซึ่งได้ระบุไว้ว่า “นี่คือคาถาขององค์อินทร์ พรหม ยมราช ได้เขียนลงในใบลาน จงรักษาเก็บไว้ให้ดี เพื่อช่วยให้รอดพ้นจากภัยพิบัติ ในยามเกิดเหตุการณ์มหันตภัยฯ “พระคาถานี้ จะเขียนลงในใบลานแผ่นทอง หรือแผ่นผ้าก็ดี ให้ติดไว้บนประตูห้องเรียน ติดรถราพาหนะ หรือพันหัวไว้ยามเกิดเหตุการณ์ จะช่วยให้รอดพ้นอันตราย ในกาละเวลานี้ เทพเจ้าเหล่าเทวดาผู้ที่คุ้มครองรักษาเหล่ามนุษย์โลก ได้ไปกราบทูลต่อพระอินทร์ว่า มนุษย์ใลกทำกุศลผลบุญ (ความดี)  เพียง 3 ส่วน และทำบาป (ความชั่วร้าย) ถึง 10 ส่วน เมื่อเป็นเช่นนี้พระอินทร์จะได้ลงโทษมนุษย์โลก ถึง 9 ข้อ นับจาก………(พุทธทำนาย)

ที่มา  :  บ้านสวนพีระมิด

อานิสงส์อันยิ่งใหญ่ ของบุญธรรมทาน ทานสูงสุด ที่ต้องเร่งทำทันที

http://jobwutunited.com/2014/07/22/อานิสงส์อันยิ่งใหญ่ ของบุญธรรมทาน ทานสูงสุด ที่ต้องเร่งทำทันที

ทาน

มีหลายชนิด ทั้งสังฆทาน วิหารทาน ธรรมทาน อภัยทาน

Read the rest of this entry

36 คำสอนของพ่อ สู่แผนที่ชีวิตที่ดี

17-7-14 รูปในหลวง36 คำสอนของพ่อ สู่แผนที่ชีวิตที่ดี

   36 แผนชีวิตของพ่อ พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
Read the rest of this entry

เพราะชีวิต..นับหนึ่งได้เสมอ

16-7-14 รูปชีวิตนับหนึ่งได้เสมอ

สวัสดีค่ะขอแบ่งปัน อีกบทความดี ๆ  “เพราะชีวิต..นับหนึ่งได้เสมอ”  ซึ่งมีบทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยมีรายละเอียดดังนี้ค่ะ บางช่วงเวลาของชีวิต เคยรู้สึกบ้างไหมว่า “ตัวเองกำลังประสบกับความล้มเหลวถ้าเคย … ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะถ้ามีคำว่า “ความสำเร็จ” ก็ต้องมีคำว่า “ล้มเหลว”เป็นของคู่กัน เพียงแต่ว่าคุณจะต้องรับกับสถานการณ์ความล้มเหลวแล้วลุกขึ้นสู้อีกครั้งได้อย่างไร? ชีวิตนับหนึ่งได้ และเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ โดยยึดหลักง่าย ๆไว้เตือนใจตัวเองว่า…. Read the rest of this entry

จุดเริ่มต้น คือ จงนับหนึ่งให้ได้และก้าวต่อๆไป

16-7-14 รูปจุดเริ่มต้น

สวัสดีค่ะ ขอแบ่งปันบทความดี ๆ “จุดเริ่มต้น คือ จงนับหนึ่งให้ได้และก้าวต่อๆไป” ทำอย่างไร จึงจะสามารถ “นับหนึ่ง” เพื่อก้าวไปถึงความสำเร็จที่เราต้องการ สร้างก้าวแรกเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางสายความสำเร็จ เลิกใช้ชีวิตท่ามกลางความล้มเหลว เพราะหากอยากมีชีวิตที่ดีกว่า เราต้องกล้าเปลี่ยนตัวเอง เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ หาแรงบันดาลใจให้ตัวเองเสมอ ปรับเปลี่ยนทัศนคติจาก “ผู้แพ้” มาเป็น “ผู้ชนะ” เชิญติดตามไ้ดเลยค่ะ Read the rest of this entry

นับหนึ่งให้ได้ แล้วก้าวต่อไปจะตามมา

16-7-14 รูปปกหนังสือนับหนึ่งให้ได้

สวัสดีค่ะ ได้มีโอกาสอ่านหนังสือ  “นับหนึ่งให้ได้ แล้วก้าวต่อไปจะตามมา”  จึงอยากจะได้แบ่งปันให้กับทุกท่านค่ะ เพราะก้าวแรกอาจดูเหมือนยากจนเป็นไปแทบไม่ได้ แต่ถ้าเราไม่กล้าออกเดิน เมื่อไหร่ล่ะจึงจะก้าวพ้นความล้มเหลว  สมการที่บิดเบี้ยวที่สุดของชีวิต คือการที่เราต้องการความสำเร็จแต่ไม่กล้าก้าวเดินออกไปคว้ามันมา Read the rest of this entry

มโนธาตุ หรือวิญญาณธาตุ เป็นธาตุ 1 ใน 6 ธาตุ ที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบ

http://jobwutunited.com/2014/07/15/

มโนธาตุ เป็นธาตุ 1 ใน 6 ธาตุ
ที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบ คือ 1.ธาตุดิน 2.น้ำ 3.ลม 4.ไฟ 
5.อากาศธาตุ (ปราน)  6.วิญญาณธาตุ หรือ มโนธาตุ

ที่เราจะทำการอาราธนามาในวันนี้ คือ มโนธาตุ หรือ วิญญาณธาตุ ซึ่งมีชื่อเรียกหลายอย่าง มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฏก โปรดลองศึกษาดูเพิ่มเติม มีฉบับที่ทำให้ง่ายแล้วด้วย (หนังสือพระไตรปิฏก ฉบับที่ทำให้ง่ายแล้ว ผู้แต่ง วศิน อินทรสระ)

Read the rest of this entry

วันอาสาฬหบูชา

http://jobwutunited.com/2014/07/12/

วันอาสาฬหบูชา

      วันอาสาฬหบูชา ตรงกับ วันเพ็ญ เดือน ๘ ก่อนปุริมพรรษา (ปุริมพรรษาเริ่ม ตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ในปีที่ไม่มีอธิกมาสเป็นต้นไป ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑) ๑ วัน เป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา คือ เทศน์กัณฑ์แรก ชื่อว่าธัมมจักกัปปวัตตนสูตร โปรดพระปัญจวัคคีย์ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมือง พาราณสี ในปีแรกที่ทรงตรัสรู้และเพราะผลของพระธรรมเทศนากัณฑ์นี้เป็นเหตุให้ท่าน พระโกณฑัญญะในจำนวนพระปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ได้ธรรมจักษุ (โสดาปัตติมรรค หรือ โสดาปัตติมรรคญาณ คือญาณที่ทำให้สำเร็จเป็นโสดาบัน) ดวงตาเห็นธรรม คือ ปัญญา รู้เห็นความจริงว่า สิ่งใดก็ตามมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงล้วนมีความดับไป เป็นธรรมดา แล้วขอบรรพชาอุปสมบทต่อพระองค์ เป็นพระอริยสงฆ์องค์แรกของ พระพุทธศาสนา และทำให้พระรัตนตรัยครบองค์ ๓ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ในเมื่อวันนี้ของทุก ๆ ปี เวียนมาถึงพุทธศาสนิกชน จึงนิยมทำการบูชาเป็นพิเศษ และ พุทธศาสนิกชนในที่บางแห่ง ยังตั้งชื่อวันอาสาฬหบูชานี้ว่า “วันพระสงฆ์” ก็มี อาสาฬหะ คือ เดือน ๘ อาสาฬหบูชา คือ การบูชาพระในวันเพ็ญเดือน ๘ ความสำคัญ ของวันเพ็ญเดือน ๘ นี้ มีอยู่อย่างไร จะได้นำพุทธประวัติตอนหนึ่งมาเล่าต่อไปนี้ นับแต่วันที่สมเด็จพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้ คือ ในวันเพ็ญเดือน ๖ พระองค์ประทับเสวยวิ มุตติสุขในบริเวณโพธิมัณฑ์นั้น ตลอด ๗ สัปดาห์ คือ

– สัปดาห์ที่ ๑ คงประทับอยู่ที่ควงไม้อสัตถะอันเป็นไม้มหาโพธิ์ เพราะเป็นที่ตรัสรู้ ทรงใช้ เวลาพิจรณาปฏิจจสมุปปาทธรรมทบทวนอยู่ตลอด ๗ วัน

– สัปดาห์ที่ ๒ เสด็จไปทางทิศอีสานของต้นโพธิ์ ประทับยืนกลางแจ้งเพ่งดูไม้มหาโพธิ์โดย ไม่กระพริบพระเนตรอยู่ในที่แห่งเดียวจนตลอด ๗ วัน ที่ที่ประทับยืนนั้นปรากฎเรียกในภายหลังว่า “อนิสิมสสเจดีย์”

– สัปดาห์ที่ ๓ เสด็จไปประทับอยู่ในที่กึ่งกลางระหว่างอนิมิสสเจดีย์ กับต้นมหาโพธิ์แล้วทรง จงกรมอยู่ ณ ที่ตรงนั้นตลอด ๗ วัน ซึ่งต่อมาเรียกที่ตรงนั้นว่า “จงกรมเจดีย์”

– สัปดาห์ที่ ๔ เสด็จไปทางทิศพายัพของต้นมหาโพธิ์ ประทับนั่งขัดบัลลังก์พิจารณาพระอภิ ธรรมอยู่ตลอด ๗ วัน ที่ประทับขัดสมาธิเพชร ต่อมาเรียกว่า”รัตนฆรเจดีย์”

– สัปดาห์ที่ ๕ เสด็จไปทางทิศบูรพาของต้นมหาโพธิ์ประทับ ที่ควงไม้ไทรชื่ออชาปาลนิโครธ อยู่ ตลอด ๗ วัน ในระหว่างนั้น ทรงแก้ปัญหาของพราหมณ์ผู้หนึ่งซึ่งทูลถามในเรื่องความเป็นพราหมณ์

– สัปดาห์ที่ ๖ เสด็จไปทางทิศอาคเนย์ของต้นมหาโพธิ์ ประทับที่ควงไม้จิกเสวยวิมุตติสุขอยู่ ตลอด ๗ วัน ฝนตกพรำตลอดเวลา พญานาคมาวงขดล้อมพระองค์ และแผ่พังพานบังฝนให้พระองค์ ทรงเปล่งพระอุทานสรรเสริญความสงัด และความไม่เบียดเบียนกันว่าเป็นสุบในโลก

– สัปดาห์ที่ ๗ เสด็จย้ายสถานที่ไปทางทิศใต้ของต้นมหาโพธิ์ ประทับที่ควงไม้เกดเสวยวิมุตติ สุขตลอด ๗ วัน มีพาณิช ๒ คน ชื่อ ตปุสสะ กับ ภัลลิกะเดินทางจากอุกกลชนบทมาถึงที่นั้น ได้เห็นพระพุทธองค์ประทับอยู่ จึงนำข้าวสัตตุผงข้าวสัตตุก้อน ซึ่งเป็นเสบียงกรังของตนเข้าไปถวายพระองค์ทรงรับเสวยเสร็จแล้ว สองพาณิชก็ประกาศตนเป็นอุบาสก นับเป็นอุบาสกคู่แรกในประวัติกาล ทรงพิจารณาสัตว์โลกเมื่อล่วงสัปดาห์ที่ ๗ แล้ว พระองค์เสด็จกลับมาประทับที่ควงไม้ไทรชื่ออชาปาลนิโครธอีก ทรงคำนึงว่า ธรรมที่พระองค์ตรัสรู้นี้ ลึกซึ้งมาก ยากที่สัตว์อื่นจะรู้ตาม จีงท้อพระทัยที่สอนสัตว์ แต่อาศัยพระกรุณาเป็นที่ตั้ง ทรงเล็งเห็นว่าโลกนี้ผู้ที่พอจะรู้ตามได้ก็คงมี ตอนนี้แสดงถึงบุคคล ๔ เหล่า เปรียบกับดอกบัว ๔ ประเภท คือ

๑. อุคฆติตัญญู ได้แก่ ผู้ที่มีอุปนิสัยสามารถรู้ธรรมวิเศษได้ทันทีทันใดในขณะที่มีผู้สอนสั่ง สอนเปรียบเทียบ เหมือนดอกบัวที่โผล่ขึ้นพ้นน้ำแล้ว พร้อมที่จะบานในเมื่อได้รับแสงพระอาทิตย์ในวันนั้น

๒. วิปัจจิตัญญู ได้แก่ ผู้ที่สามารถจะรู้ธรรมวิเศษได้ ต่อเมื่อท่านขยายความย่อให้พิสดารออกไปเปรียบเหมือนดอกบัวที่ตั้งอยู่เสมอระดับน้ำ จักบานในวันรุ่งขี้น 

๓. เนยยะ ได้แก่ ผู้ที่พากเพียรพยายาม ฟัง คิด ถาม ท่องอยู่เสมอไม่ทอดทิ้ง จึงได้รู้ธรรม วิเศษ เปรียบเหมือนดอกบัวที่ยังไม่โผล่ขึ้นจากน้ำ ได้รับการหล่อเลี้ยงจากน้ำ แต่จะโผล่แล้วบานขี้นในวันต่อๆ ไป

๔. ปทปรมะ ได้แก่ ผู้ที่แม้ฟัง คิด ถาม ท่อง แล้วก็ไม่สามารถรู้ธรรมวิเศษได้ เปรียบเหมือน ดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำติดกับเปือกตม รังแต่จะเป็นภักษาหารแห่งปลาและเต่า เมื่อเล็งเห็นเหตุนี้ จึงตกลงพระทัยจะสอน ทรงนึกถึงผู้ที่ควรโปรดก่อนคือ อาฬารดาบส กับ อุทกดาบส ท่านเหล่านี้ก็หาบุญไม่เสียแล้ว จะมีอยู่ก็แต่ปัญจวัคคีย์ จีงทรงตัดสินพระทัยว่า ควรโปรดปัญจวัคคีย์ก่อน แล้วก็เสด็จออกเดินไปจากควงไม้ไทรนั้น มุ่งพระพักตร์เสด็จไปยังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี การที่เสด็จเดินทางจากตำบลพระศรีมหาโพธิ์ จนกระทั่งถึงกรุงพาราณสีเช่นนี้ แสดงให้เห็น เพระวิริยอุตสาหะอันแรงกล้าเป็นการตั้งพระทัยแน่วแน่ ที่จะประทานปฐมเทศนาแก่ปัญจวัคคีย์เป็นพวกแรกอย่างแทัจริง หนทางระหว่างตำบลพระศรีมหาโพธิ์ถึงพาราณสีนั้น ในปัจจุบัน ถ้าไปทางรถไฟก็เป็นเวลา ๗-๘ชั่วโมง การเสด็จดำเนินด้วยพระบาทเปล่า อาจใช้เวลาตั้งหลายวัน แต่ปรากฏว่าพอตอนเย็นขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนอาสาฬหะนั้นเอง

      พระพุทธองค์ก็เสด็จถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวันแขวงเมืองพาราณสี อันเป็นที่อยู่แห่งปัจจวัคคีย์พอเสด็จ เข้าราวป่าพวกปัญจจวัคคีย์นั้นได้เห็นจึงนัดหมายกันว่า จะไม่ไหว้ ไม่ลุกรับ และไม่รับบาตรจีวรจะตั้งไว้ให้เพียงอาสนะเท่านั้น เพราะเข้าใจว่าพระองค์ กลายเป็นคนมีความมักมากหมดความเพียรเสียแล้ว พอพระองค์เสด็จถึง ต่างก็พูดกับพระองค์โดยไม่เคารพ พระองค์ตรัสห้าม และทรงบอกว่าพระองค์ตรัสรู้แล้วจะแสดงธรรมสั่งสอนให้ ฟังพราหมณ์ทั้ง ๕ ก็พากันคัดค้านลำเลิกด้วยถ้อยคำต่างๆ ที่สุดพระองค์จึงทรงแจงเตือนให้รำลึกว่า พระองค์เคยกล่าวเช่นนี้มาในหนหลังบ้างหรือ ? พราหมณ์ทั้ง๕ ระลึกได้ ต่างก็สงบตั้งใจฟังธรรมทันที ค่ำวันนั้น พระองค์ประทับแรมอยู่กับพราหมณ์ทั้ง ๕ รุ่งขี้นวันเพ็ญแห่งเดือนอาสาฬหะ พระองค์ทรงเริ่มแสดงธัมมะ-จักกัปปวัตตนสูตร นับเป็นเทศนากัณฑ์แรกโปรดปัญจวัคคีย์นั้น โดยใจความคือทรงยกที่สุด ๒ ฝ่าย ได้แก่ การประกอบตนให้ลำบากด้วยการทรมานกาย และการไม่ประกอบตนให้เพลิดเพลินในกามสุข ทั้ง ๒ นี้นับว่า เป็นของเลวทราม ไม่ควรเสพเฉพาะทางสายกลางเท่านั้น เป็นข้อปฏิบัติที่สมควร แล้วทรงแสดงทางสายกลางคือ อริยมรรค ๘ ประการ ได้แก่

๑. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ
๒. สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ 
๓. สัมมาวาจา เจรจาชอบ 
๔. สัมมากัมมัตนะ ทำการงานชอบ
๕. สัมมอาชีวะ เลี้ยงชีพชอบ
๖. สัมมาวายามะ เพียรชอบ
๗. สัมมาสติ ระลึกชอบ
๘. สัมมาสมาธิ ตั้งใจชอบ

สรุปด้วยอริยสัจ ๔ ได้แก่
๑. ทุกข์ ความไม่สบายกายไม่สบายใจ
๒. สมุทัย เหตุให้เกิดทุกข์
๓. นิโรธ ความดับทุกข์
๔. มรรค ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์

      ชี้ให้เห็นโดยปริวรรตและอาการต่างๆ ว่า เมื่อรู้แล้วอาจยืนยันได้ว่า ตรัสรู้โดยชอบถึงความ หลุดพ้นและสุดชาติสุดภพแน่นอน ขณะที่พระองค์ทรงแสดงธรรมนี้อยู่ ท่านโกณฑัญญะได้ส่องญาณไปตามจนเกิด “ธรรมจักษุ” คือดวงตาเห็นธรรมขึ้นทางปัญญา พระองค์ทรงทราบจึงเปล่งพระอุทานว่า “อัญญสิๆ”อัญญสิๆ “(โกณฑัญญะรู้แล้วๆ)  เพราะพระองค์ทรงอุทานนี้ ภายหลังท่านโกณฑัญญะจึงได้นามใหม่ว่า “อัญญาโกณฑัญญะ” แต่นั้นก็ทูลขอบรรพชาพระองค์ประทานอนุญาตด้วยเอหิภิขุอุปสัมปทาน  นับเป็นพระสงฆ์องค์แรกในพระศาสนาที่บวชตามพระพุทธองค์ ตามพุทธประวัติที่เล่ามานี้ จะเห็นว่า วันอาสาฬหบูชามีความสำคัญ คือ

๑. เป็นวันแรกที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนา

๒.เป็นวันแรกที่พระบรมศาสดาทรงแสดงพระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ประกาศสัจจธรรมอันเป็นองค์แห่งสัมมาสัมโพธิญาณ

๓.เป็นวันที่พระอริยสงฆ์สาวกองค์แรกบังเกิดขึ้นในโลก  คือ   พระอัญญาโกณฑัญญะ ได้รับประทานเอหิภิขุอุปสัมปทาในวันนั้น

๔. เป็นวันแรกที่บังเกิดพระสังฆรัตนะสมบูรณ์เป็นพระรัตนตรัย คือ พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ

ที่มา  :  Suchart Good originally shared:

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 102 other followers